ThaiStockNews

ราคาเนื้อสัตว์หนุน CPF โตเด่น!

ราคาเนื้อสัตว์หนุน CPF โตเด่น!

คุณค่าบริษัท

บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ CPF ถือเป็นอีกบริษัทน่าสนใจ สามารถห่อเก็บข้ามปีกันไปได้ ด้วยมีคำพูดผู้บริหารที่เปิดเผยว่าแนวโน้มผลการดำเนินงานในปี 2563 จะเติบโตราว 8 – 10%  นับว่าเติบโตแข็งแกร่งอยู่ โดยเฉพาะจะมาจากการขยายการลงทุนในต่างประเทศเป็นหลัก ประกอบกับได้รับอานิสงส์จากโรค ASF ในสุกรที่ส่งผลให้ราคาสุกรในตลาดของบางประเทศปรับตัวเพิ่มขึ้น ขณะที่ราคาสุกรในประเทศยังคงมีแนวโน้มทรงตัวอยู่ที่ 70 บาทต่อกิโลกรัม

พร้อมทั้งทางบริษัทมีแผนธุรกิจ 5 ปี (2562-2566) คงเป้าหมายยอดขายจะเติบโตเฉลี่ยปีละ 10% และในปี 2566 จะมีรายได้รวมอยู่ที่ 800,000 ล้านบาท โดยการเติบโตจะมาการซื้อกิจการธุรกิจอาหารในต่างประเทศต่อเนื่อง ซึ่งคาดว่าจะช่วยเพิ่มสัดส่วนรายได้ของธุรกิจอาหารขึ้นมาเป็น 2 ใน 3 ของรายได้รวม นอกจากจุดแข็งของทางผู้บริหารที่เปิดเผยออกมาแล้ว ก็ยังมีมุมมองจากทางนักวิเคราะห์ที่เป็นบวกมากขึ้นต่อภาพของตัวหุ้น CPF จากปัจจัยหลัก ได้แก่

1.CPF จะได้ประโยชน์จากราคาหมูที่ปรับตัวขึ้นทั้งในเวียดนามและไทย เนื่องจากเข้ารอบการฟื้นตัวของธุรกิจหมูซึ่งเป็นวัฏจักรที่ยาวนาน สำหรับราคาหมูเวียดนามปัจจุบันอยู่ที่ 74,000-82,000 ดอง/กก. ในภาคเหนือซึ่งสูงกว่าภูมิภาคอื่นเป็นผลจากการขาดแคลนหมูในประเทศจีนที่อยู่ติดกันด้วย โดยราคาอยู่ที่  70,000-75,000 ดอง/กก. ในภาคกลางและภาคใต้ 69,000-76,000 ดอง/กก. ผลดังกล่าวทำให้ราคาเฉลี่ยปรับตัวขึ้นมาอยู่ที่ 73,000 ดอง/กก. เพิ่มขึ้นจาก 55,000 ดอง/กก. ในเดือนต.ค. จากความต้องการที่มากขึ้นและอุปทานที่ลดลงมากจาก ASF

ขณะที่ราคาหมูและไก่ในประเทศไทยก็ฟื้นตัวขึ้น โดยความกังวลการแพร่ระบาดของโรค ASF ที่อาจจะเข้ามาในประเทศไทยจากชายแดนพม่าด้านเชียงราย ทำให้ผู้ประกอบการระบายหมูออกมาจำหน่ายเพื่อรวบรวมสภาพคล่องและป้องกันการขาดทุน ทำให้อุปทานหมูในประเทศลดน้อยลง อีกทั้งหมูไทยจะได้รับประโยชน์เพราะเป็นประเทศเดียวที่ยังคงป้องกัน ASF ได้และมีอาณาเขตใกล้กับจีน โดยมีการนำเข้าหมูไทยไปจีน ขณะที่จีนยังคงต้องใช้เวลาเพื่อที่จะฟื้นระบบวงจรการเลี้ยงหมูให้เข้าสู่ภาวะปกติ ปัจจุบันราคาหมูไทยในเดือน พ.ย. อยู่ที่ 60 บาท/กก. ซึ่งสูงกว่าเดือน ต.ค. ที่  54 บาท/กก. และราคาไก่ไทยในเดือน พ.ย. อยู่ที่  37 บาท/กก. เพิ่มจากเดือน ต.ค. ที่ 34 บาท/กก.

2.CPF จะได้ประโยชน์จากการที่คณะกรรมการวัตถุอันตรายเลื่อนและยกเลิกการแบนสารเคมีทางการเกษตรทำให้ต้นทุนวัตถุดิบอาหารสัตว์ยังอยู่ในระดับต่ำ เนื่องจากคณะกรรมการวัตถุอันตรายมีมติไม่แบนสารไกลโฟเซต และมีมติเลื่อนการแบน “พาราควอต-คลอร์ไพริฟอส” ออกไปอีก 6 เดือน จากเดิมจะทำการยกเลิกการใช้ในเดือน ธ.ค. 2562 เป็นวันที่ 1 มิ.ย. 2563 เป็นการลดความกังวลในภาคอุตสาหกรรมอาหารสัตว์ เนื่องจากหากมีการระงับการใช้สารไกลโฟเซตจะมีผลต่อการนำเข้าวัตถุดิบข้าวโพดและกากถั่วเหลืองจากต่างประเทศ ทำให้ราคาวัตถุดิบอาหารสัตว์ปรับตัวสูงขึ้น

ดังนั้นทางนักวิเคราะห์ บล.เคทีบี (ประเทศไทย)  คงประเมินกำไรสุทธิปี 2562 ที่ 1.6 หมื่นล้านบาท (เพิ่มขึ้น 6% จากงวดเดียวกันของปีก่อน) เนื่องจากมองแนวโน้มราคาหมูในภูมิภาคที่อ่อนตัวในช่วงต้นไตรมาส 3/2562 จาก ASF จะดีขึ้นในไตรมาส 4/2562 จากความต้องการที่มากขึ้นและอุปทานที่ลดลงมากจาก ASF

รวมถึงคาดว่าราคาหมูเวียดนามจะกลับมาดีขึ้นในไตรมาส 4/2562 และในปีหน้าจากความต้องการที่มากขึ้นและอุปทานที่ลดลงมากหลังผ่านพ้นความกังวลเรื่อง ASF ขณะที่มีปัจจัยหนุนจากราคาวัตถุดิบข้าวโพดและถั่วเหลืองที่ต่ำ และการส่งออกไก่ไปจีนจะมีแนวโน้มดีขึ้นเพื่อทดแทนอุปทานหมูที่ลดลงจาก ASF

ทั้งนี้ แนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 33 บาท/หุ้น

ผู้ถือหุ้นรายใหญ่

  1. บริษัท เครือเจริญโภคภัณฑ์ จำกัด 2,113,315,835 หุ้น 24.54%
  2. UBS AG LONDON BRANCH 882,749,107 หุ้น 10.25%
  3. บริษัท เจริญโภคภัณฑ์โฮลดิ้ง จำกัด 787,319,960 หุ้น 9.14%
  4. บริษัท ไทยเอ็นวีดีอาร์ จำกัด 774,520,758 หุ้น 8.99%
  5. GIC PRIVATE LIMITED 335,231,332 หุ้น 3.89%

รายชื่อกรรมการ

  1. นายสุภกิต เจียรวนนท์ ประธานกรรมการบริษัท
  2. นายอดิเรก ศรีประทักษ์ ประธานคณะกรรมการบริหาร, รองประธานกรรมการบริษัท2019
  3. นายประสิทธิ์ บุญดวงประเสริฐ ประธานคณะผู้บริหาร, กรรมการ
  4. นายพงษ์เทพ เจียรวนนท์ รองประธานกรรมการบริษัท
  5. นายศุภชัย เจียรวนนท์ รองประธานกรรมการบริษัท

The post ราคาเนื้อสัตว์หนุน CPF โตเด่น! appeared first on ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์.

ที่มา: ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

วันที่ December 31, 2019, 07:32

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *