ThaiStockNews

ราคายางทะยานพีคสุดรอบปี! STAยันได้อานิสงส์ครั้งนี้เต็มๆ

  •   
  •   
  •  
  •  

ราคายางทะยานพีคสุดรอบปี! STAยันได้อานิสงส์ครั้งนี้เต็มๆ

ทันหุ้น- จับตาราคายางทะยานสูงสุดในรอบปี STA ยืนยันครั้งนี้รับอานิสงส์เต็มๆ ดันสต็อกเกน และ มาร์จิ้นในไตรมาส 2-3 สดใส ชี้ปมราคาพุ่งเหตุโรงงานยางบางแห่งปิดตัว แพนิคกังวลซัพพลายขาด ขณะที่ทิศทางราคาที่สูงขึ้นทำให้มีการเก็งกำไรเพิ่ม จับตานโยบายรัฐดัน  ด้านกูรูชี้ราคา STA ยังไม่สะท้อนราคายางที่ปรับตัวขึ้น แนะเก็งกำไรให้ต้าน 13.50-15 บาท

“ราคายางพารา” ที่ทะยานขึ้นอย่างแรงในรอบ 1 ปี กำลังส่งผลดีต่อหุ้นกลุ่มอุตสาหกรรมยางพารา

นับตั้งแต่เข้าสู่เดือนมิถุนายน ดัชนี Nikkei-TOCOM Rubber ซึ่งเป็นเริ่มต้นเดือนนี้ด้วย 79 เยน ก็กระโดดขึ้นมาแตะที่ 85 เยนไม่กี่วัน คิดเป็นอัตราการเพิ่มขึ้นกว่า 7% ด้วยกัน โดยวันที่ 12 มิถุนายน 2562 ราคายางอยู่ที่ 85.12 เยน โดยขึ้นไปสูงสุดในวันที่ 7 มิถุนายนที่ระดับ 85.51 เยน สูงสุดในรอบ 1 ปี โดยสามารถทะลุ ไฮเดิมช่วงเดือนมีนาคมที่ 84.34 เยน มาได้อย่างแข็งแกร่ง

@เฉลยปมแย่งซื้อยาง

นาย วีรสิทธิ์ สินเจริญกุล กรรมการ บริษัท ศรีตรังแอโกรอินดัสทรี จำกัด (มหาชน) หรือ STA เปิดเผยว่า การปรับตัวเพิ่มขึ้นของราคายางเกิดจากการเข้ามาแย่งซื้อยางแผ่นรมควัน ค่อนข้างมาก หลังจากที่มีประเด็น ผู้ประกอบการโรงงานยางในไทยบางราย ได้ปิดตัว ทำให้มีความกังวลด้านซัพพลาย และได้มีการแห่ซื้อกันโดยไม่เกี่ยวราคา ประกอบกับราคายางได้มีการปรับตัวเพิ่มขึ้นสูงทำสถิติรอบ 1 ปี จึงทำให้มีการเก็งกำไรเข้ามาตามทิศทางขาขึ้น

โดยราคายางที่ปรับขึ้นจะทำให้บริษัทได้รับผลประโยชน์จากสต็อกยางที่นำเข้ามาในราคาต่ำ แต่สามารถขายได้ในราคาที่สูง ซึ่งหากทิศทางราคายางยังมีดีอย่างต่อเนื่องก็มีโอกาสที่ ผลประกอบการของบริษัทจะมีการปรับตัวเพิ่มขึ้นตาม

ขณะเดียวกันบริษัทจะไม่ได้รับผลกระทบจากการประกันความเสี่ยง เนื่องจากได้ช่วงทิศทางราคายางขาขึ้นอย่างต่อเนื่อง บริษัทจะไม่มีการทำประกันความเสี่ยง

ส่วนกรณีในช่วงไตรมาสแรกที่บริษัทขาดทุนจากการประกันความเสี่ยงนั้น เป็นเพราะว่า ราคายางอยู่ในช่วงกลับตัวจากขาลงมาเป็นขาขึ้น ซึ่งตอนช่วงลงบริษัทได้มีการทำประกันความเสี่ยงตามปกติ ดังนั้นเมื่อบริษัทชัดเจนแล้วว่าราคายางเป็นขาขึ้นจึงหยุดทำประกันความเสี่ยงกลางไตรมาสแรก และได้เคลียร์ทุกอย่างแล้ว

@ยันรับผลประโยชน์เต็ม

“ด้วยราคายางที่ขึ้นอยู่ในขณะนี้ก็จะส่งผลประโยชน์กับบริษัทในแง่ผลประกอบการโดยเฉลี่ยที่น่าจะดีขึ้นทั้งในส่วนยอดขาย และสินค้าคงคลัง ที่จะมีสต็อกเกนขึ้นมา และบริษัทก็ไม่ได้มีการทำเฮดจิ้งด้วย จึงน่าจะได้รับผลดี”

โดยราคายางที่ปรับตัวสูงจะส่งผลดีทั้งแนวโน้มผลประกอบการไตรมาส 2/2562 จะปรับดีขึ้นจากไตรมาส 1/2562 ที่มีผลขาดทุน 627 ล้านบาทมาก เนื่องจากช่วงไตรมาส 2/2562 นี้บริษัทมีต้นทุนวัตถุดิบที่ต่ำจากในช่วงไตรมาส 1/2562 ที่กำลังขายออกไปในช่วงไตรมาสนี้ และบริษัทจะไม่มีการบันทึกผลขาดทุนจากทำประกันความเสี่ยง (เฮดจ์จิ้ง) ประกอบกับราคายางขาขึ้นทำให้บริษัทสามารถที่จะบวกเพิ่มมาร์จิ้นได้มาก

ขณะที่ไตรมาส 3 ซึ่งบริษัทที่มีการขายสินค้าไปล่วงหน้าบ้างแล้วก็น่าจะดีขึ้น แต่ไตรมาส 4 ยังต้องดูทิศทาง ฉะนั้นจึงยังบอกไม่ได้ว่าปีนี้จะมีมาร์จิ้นที่สูงกว่าปีที่แล้วหรือไม่

นาย วีรสิทธิ์ ระบุด้วยว่า ทิศทางของราคายางจะเป็นเช่นไรก็ขึ้นอยู่กับนโยบายของรัฐบาลชุดใหม่ที่จะเข้ามา ซึ่งจะมีมาตรการใดๆ ที่กระตุ้น แต่ยืนยันว่า การจำกัดการโควตาการส่งออก ไม่ได้เป็นประเด็นหลักที่ทำให้ราคายางปรับตัวสูงขึ้น

ปัจจุบันบริษัทมีรายได้จากการจำหน่ายยางแผ่นรมควัน,ยางแท่งและน้ำยางข้น คิดเป็นสัดส่วนถึง 80% ของรายได้รวม หรือมียอดขายราว 1.5 ล้านตัน จากกำลังการผลิตเต็มที่ 2.8 ล้านตัน โดยช่วงที่ผ่านมาธุรกิจจำหน่ายยางมีอัตรากำไรขั้นต้นราว 7-8%

นาย วีรสิทธิ์ ระบุด้วยว่า บริษัทยังคงเดินหน้าขยายธุรกิจถุงมือยาง  เนื่องจากเป็นธุรกิจที่มีมาร์จิ้นดี มีอัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin)สูงถึง 18-20% ซึ่งปีนี้คาดว่ายอดขายจะเติบโตได้ 40% นอกจากนี้บริษัทเดินหน้าขยายกำลังการผลิตต่อเนื่อง ปัจจุบันมีกำลังการผลิตที่ 2.1 หมื่นล้านชิ้นต่อปี จะเป็น 2.4 หมื่นล้านชิ้น โดยปีหน้าคาดว่าจะเพิ่มเป็น 3 หมื่นล้านชิ้นต่อปี

@ เก็งกำไร 13.50-15 บาท

ด้านนายกิจพณ ไพรไพศาลกิจ ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์และนักกลยุทธ์ บริษัท หลักทรัพย์ ยูโอบี เคย์เฮียน (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ระบุว่า จากราคายางที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นมากมีโอกาสที่ STA ในฐานะผู้ผลิตยางรายใหญ่ของประเทศจะได้รับผลประโยชน์ โดยราคาหุ้นปัจจุบันที่ 13 บาท ถือว่าอยู่ในระดับต่ำ ยังไม่ได้สะท้อนภาพการฟื้นตัวของราคายางมากนัก

เนื่องจากธุรกิจยางพาราคาดเดายากทิศทางราคายาก และยังมีประเด็นการประกันความเสี่ยงเข้ามาเกี่ยวข้อง แต่ในเชิงการเก็งกำไรน่าสนใจระยะสั้น หลังบริษัทประกาศผลประกอบการไตรมาส 1 ออกมาแล้วและขาดทุน 627 ล้านบาท ซึ่งน่าจะต่ำแล้วเพราะเป็นการบันทึกขาดทุนจากการประกันความเสี่ยง ดังนั้นในช่วงนี้เดือนมิถุนายน-กรกฎาคม ช่วงให้เก็งกำไรจากผลประกอบการที่ประเมินว่าราคายางไปได้ดี โดยมีแนวต้าน 13.50 บาท และ 15 บาท  ส่วนจุดตัดขาดทุนอยู่ที่  12.20 บาท

The post ราคายางทะยานพีคสุดรอบปี! STAยันได้อานิสงส์ครั้งนี้เต็มๆ appeared first on Thunhoon.

ที่มา: Thunhoon

วันที่ June 13, 2019, 06:44

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *