ThaiStockNews

รายย่อยผู้เสียเปรียบเป็นประจำ…

  •   
  •   
  •  
  •  

รายย่อยผู้เสียเปรียบเป็นประจำ…

การเคลื่อนไหวของตลาดหุ้น จะดีจะร้ายจะขึ้นหรือลงก็อยู่ที่แรงซื้อแรงขายของนักลงทุนเองละครับ การตัดสินใจของนักลงทุนก็อยู่ที่ปัจจัยชี้นำ ตัวแปรผลกระทบต่างๆ ซึ่งแต่ละคนแต่ละกลุ่มได้รับมาและพิจารณา หากเห็นดีก็ซื้อเห็นแย่ก็ขาย รวมถึงเกมการลงทุนที่ถูกวางขึ้นเพื่อหวังผลต่อการลงทุนที่ดีของนักลงทุนเองครับ พฤติกรรมการลงทุนของนักลงทุนจึงมีอิทธิพลต่อตลาดอย่างมาก เรียกว่า เห็นทางบวกก็พากันเล่นทางซื้อหุ้นก็ขึ้น เห็นทางลบต่างพากันขายหุ้นก็ลง

ในตลาดหุ้นนั้นมีทั้งนักลงทุนสถาบันกองทุน นักลงทุนต่างชาติ นักลงทุนรายใหญ่ เจ้าของหุ้น และนักลงทุนรายเล็กรายน้อยรายย่อย ซึ่งนักลงทุนแต่ละกลุ่มก็มีพฤติกรรมการลงทุนที่แตกต่างกันไป วนเวียนทำมาหากำไรจากตลาดหุ้น โดยใครมีความสามารถ ความรู้ ความเชี่ยวชาญ ความชำนาญ เข้าถึงข้อมูล วิเคราะห์และประเมินรู้ได้  ย่อมมีโอกาสที่จะความสำเร็จต่อการลงทุนได้ ในขณะที่หากนักลงทุนรายใดกลุ่มใด มีความรู้ที่ด้อยกว่า ก็ย่อมมีโอกาสที่ด้อยกว่า ก็อาจเป็นรองในเกมหุ้นได้ และแน่นอนกลุ่มที่ดูจะเสียเปรียบอยู่ร่ำไปก็นักลงทุนรายย่อยอย่างเราๆกันนี่ล่ะครับ

ในบรรดานักลงทุนแต่ละกลุ่มที่ว่ามานี้ นักลงทุนที่มีสัดส่วนการลงทุนมากที่สุดคือนักลงทุนทั่วไป เป็นกลุ่มใหญ่แต่มีอิทธิพลต่อภาพของการลงทุนโดยรวมที่ต่ำ คือไม่สามารถกำหนดทิศทางการขับเคลื่อนของตลาดได้นั่นเองนอกจากนี้ กลุ่มนักลงทุนรายใหญ่ ที่แม้จะจัดเป็นนักลงทุนทั่วไป แต่ก็มีความได้เปรียบรายย่อยทั่วไป ที่เสียเปรียบในแง่ของข้อมูลข่าวสาร ยิ่งนักลงทุนรายใหญ่เหล่านี้ มักมีการจับมือกับเจ้าของหุ้น ผสานผลประโยชน์ร่วมกัน เพื่อสร้างความมั่งคั่งให้แก่กลุ่มก๊วนของตนเอง

สำหรับนักลงทุนประเภทสถาบันกองทุน มีพอร์ตให้บริหารมากมายหลายกองและมีเม็ดเงินจำนวนมหาศาล แนวทางการบริหารพอร์ตของกองทุน มักจะเป็นไปในทิศทางเดียวกัน มีการวางกรอบกลยุทธ์การลงทุนที่สลับซับซ้อน ที่พร้อมแปรเปลี่ยนในทางซื้อหรือขายได้อย่างฉับพลันรวดเร็ว ซึ่งในปัจจุบันเรามักเห็นกองทุนเองก็เล่นสั้นลักษณะการเก็งกำไรอยู่บ่อยๆนะครับ อย่างไรก็ตาม กองทุนส่วนใหญ่ยังคงเน้นเลือกที่จะลงทุนในหุ้นที่มีพื้นฐานดี มีสภาพคล่องสูง มีเงินปันผลตอบแทนที่ดี โดยจะมีการพิจารณาเลือกคัดสรรหุ้นที่ดี และให้ผลตอบแทนที่ดีได้ในอนาคต บางครั้งก็ดูสวนทางแนวโน้มของตลาด เพียงแค่มองเห็นว่า หุ้นตัวไหนที่มีราคาต่ำกว่ามูลค่าแท้จริง และสามารถให้ผลตอบแทนที่ดีได้ในอนาคตเขาก็พร้อมจะเข้าลงทุนทันทีเช่นกันครับซึ่งทั้งนี้ก็มาจากเครื่องมือที่หลากหลายครบครัน การเข้าถึงข้อมูลของหุ้นได้ในเชิงลึกนั่นเอง

ในขณะที่ กลุ่มนักลงทุนต่างชาติ แม้จะมีหลายกลุ่มหลายประเทศ แต่ลักษณะการลงทุนก็มักเป็นไปในทิศทางคล้ายๆกัน คือเวลาซื้อก็ซื้อทางเดียวต่อเนื่อง แต่หากเวลาขายก็จะขายแบบไม่สนใจพื้นฐานของหุ้นเสียด้วยซ้ำ หากมองเห็นแล้วว่าสามารถหาผลตอบแทนที่ดีกว่าได้ การบริหารจัดการพอร์ตการลงทุน จะมีมุมมองต่อการขับเคลื่อนในภาพรวมใหญ่ จากผลกระทบที่เกิดขึ้นจากปัจจัยต่างๆ ทั้งภายในและนอกประเทศเป็นหลัก นอกจากนี้ยังเน้นให้น้ำหนักการลงทุนในหุ้นขนาดใหญ่ หุ้นพื้นฐานแข็งแกร่ง โดยเฉพาะในกลุ่ม SET 50 และ SET 100 ซึ่งนักลงทุนกลุ่มนี้ มีส่วนต่อการขับเคลื่อนตลาดหุ้นในภาพรวมไม่แพ้นักลงทุนสถาบันกองทุนเช่นกัน เวลาขายหุ้นก็ตก เวลาซื้อหุ้นก็ขึ้น เพราะฉะนั้นหากลงทุนแบบไม่ต้องคิดอะไรมาก แค่ติดตามดูพฤติกรรมการลงทุนของทั้ง กองทุนและต่างชาติ หากซื้อเราก็ซื้อตาม หากขายเราก็ขายตามก็เท่านั้นครับ

สรุปว่า ทั้งนักลงทุนกองทุนในประเทศ นักลงทุนต่างชาติ นักลงทุนมือใหญ่ เจ้าของหุ้น รวมถึงนักลงทุนรายย่อยทั่วไป ต่างก็เข้ามาแสวงหาผลประโยชน์ ความมั่งคั่งจากตลาดหุ้นกันทั้งนั้น แต่ดูเหมือนว่ากลุ่มที่ดูจะเสียเปรียบ อ่อนด้อยกว่าก็เห็นจะเป็นนักลงทุนรายย่อยนี่ล่ะครับ ที่เสียเปรียบทั้งขนาดพอร์ต เม็ดเงินลงทุน เครื่องไม้เครื่องมือ การเข้าถึงข้อมูลในเชิงลึก เราจึงมักเห็นรายย่อยนั้นมีพฤติกรรมการลงทุนที่อยู่ตรงกันข้ามกับนักลงทุนกลุ่มอื่นๆอยู่เสมอ และเป็นกลุ่มที่ได้รับผลตอบแทนจากการลงทุนน้อยที่สุด และมีความเสี่ยง โอกาสเสียหายต่อการลงทุนมากที่สุด แต่ก็ใช่ว่านักลงรายย่อยจะไม่มีโอกาสประสบความสำเร็จจากการลงทุนได้ เพราะนักลงทุนรายใหญ่เองก็ผ่านการเป็นนักลงทุนรายย่อยมาก่อนเช่นกันนะครับ

The post รายย่อยผู้เสียเปรียบเป็นประจำ… appeared first on Thunhoon.

ที่มา: Thunhoon

วันที่ February 13, 2019, 05:46

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *