Positioning Magazine

ทีวีไม่ตาย! คนไทยเปิดฟังเป็นเพื่อน “ช่องวัน”ชูกลยุทธ์ “เดสติเนชั่น”ดูสด-ย้อนหลัง ส่งละครลงไพรม์ไทม์ 1 ทุ่มยันสี่ทุ่มครึ่ง หวังนั่งท็อป3

  •   
  •   
  •  
  •  

ทีวีไม่ตาย! คนไทยเปิดฟังเป็นเพื่อน “ช่องวัน”ชูกลยุทธ์ “เดสติเนชั่น”ดูสด-ย้อนหลัง ส่งละครลงไพรม์ไทม์ 1 ทุ่มยันสี่ทุ่มครึ่ง หวังนั่งท็อป3

ในยุคที่คนไทยใช้โมบาย อินเทอร์เน็ตกว่า 55 ล้านคน สามารถเข้าถึงคอนเทนต์หลากหลายทั้งไทยและต่างประเทศเพียงปลายนิ้วคลิก ทั้งดูฟรีและออนดีมานด์ ท่ามกลางการขยายตัวของดิจิทัล แพลตฟอร์มจึงมีคำถามอยู่บ่อยครั้งว่าทีวีจะตายหรือไม่เพราะตลอด 5 ปีทีวีดิจิทัล คนที่บาดเจ็บมีให้เห็นมากกว่าฝั่งผู้รอด!

“ผมไม่เคยเชื่อว่าทีวีจะตาย ในสหรัฐ ที่ดิจิทัลเติบโตมาก่อนไทย ทีวีก็ยังอยู่และแข็งแรงดี เพราะไม่ว่าจะเกิดเทคโนโลยี Disrupt อย่างไร สิ่งสำคัญที่จะอยู่ได้คือ คอนเทนต์”  

ถกลเกียรติ วีรวรรณ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วัน สามสิบเอ็ด จำกัด ผู้บริหารทีวีดิจิทัล ช่องวัน 31 ย้ำว่าปัจจัยที่ทำให้เชื่อว่า “ทีวีไม่ตาย”  เป็นเพราะ “ทีวี” ยังตอบโจทย์ฟังก์ชั่นสำคัญ คือ พฤติกรรมคนไทย “เปิดทีวีไว้เป็นเพื่อน” แค่ให้ได้ยินเสียง เมื่อมีภาพที่สนใจจึงหันมาดู  มีทั้งกลุ่มที่เปิดทีวีฟังและทำงานอื่นๆ ไปด้วย  และกลุ่มที่ฟังหรือดูทีวี พร้อมแชท ออนไลน์ พูดคุยเนื้อหารายการทีวีกับกลุ่มเพื่อน  พฤติกรรมเหล่านี้ทำให้รายการที่มีเวลาออกอากาศยาวอย่าง ละคร ซีรีส์ ภาพยนตร์ต่างประเทศ ของช่องทีวีที่มีคอนเทนต์ดังกล่าว มีเรตติ้งติดในกลุ่มผู้นำ

“การเปิดทีวีฟังเป็นเพื่อน มีเพียงสื่อทีวีเท่านั้นที่ทำฟังก์ชั่นนี้ได้และไม่มีสื่อใดแทนที่ เพราะหากเป็นสื่อออนไลน์ยังต้องใช้สมาธิทั้งการดูหน้าจอและใช้มือกดหาคอนเทนต์”

ถกลเกียรติ วีรวรรณ

ปัจจุบัน “ทีวี” ยังเป็นสื่อที่เข้าถึง (reach) ครัวเรือนไทยทั่วประเทศมากหรือเกือบ 100%  ปีที่ผ่านมาช่องวัน เข้าถึงคนไทย 94% หรือ 62  ล้านคน ปีนี้วางเป้าหมายเข้าถึงผู้ชมไทย 98% หรือ 64 ล้านคน 

ในช่วงไพรม์ไทม์ เวลา 18.00-22.30 น. ช่องวัน มีคอนเทนต์ “ละคร” และ “วาไรตี้” ที่ดึงผู้ชมมาอยู่กับสถานีได้เพิ่มขึ้น เดือน ม.ค. เรตติ้งไพรม์ไทม์ อยู่อันดับ 6 เพิ่มขึ้น 8%, เดือนก.พ.เรตติ้ง ขยับมาที่อันดับ 5  เพิ่มขึ้น 26% เดือน มี.ค.-พ.ค. เรตติ้งขึ้นมาอยู่อันดับ 3

ปีนี้วางเป้าหมายให้เรตติ้ง ไพรม์ไทม์ อยู่อันดับ 3 ต่อเนื่องตลอดปี เป้าหมายหลังจากนั้นคือ ทั้งสถานีขยับมาอยู่ที่อันดับ 3  รองจากช่อง 7 และ ช่อง 3 แต่ยังไม่สามารถระบุเวลาที่ชัดเจนได้ว่าเมื่อไหร่

รายการไฮไลต์ช่วงไพรม์ไทม์ คือ “ละคร” 3 ช่วงหลัก คือ ละคร 19.00 น. จับกลุ่มครอบครัว ละคร 20.00 น. กลุ่มแมส เนื้อเรื่องมีความหวือหวาขึ้น  และละคร 21.20 น.  ระดับ น.13 เจาะ นิช มาร์เก็ต คนกรุงเทพฯที่เพิ่งเดินทางถึงบ้านและกลุ่มเมือง การใส่เส้นละครในช่วงไพรม์ไทม์ ต่อเนื่องทั้งแต่ 19.00-22.30 น.เพื่อดึงคนดูให้อยู่ยาว ทั้งเปิดเป็นเพื่อนและกลุ่มที่ดูพร้อมแชทออนไลน์

ชูช่องวัน “เดสติเนชั่น” ดูสด-ย้อนหลัง 

อีกปัจจัยสำคัญที่ ถกลเกียรติ ย้ำว่า “ทีวีไม่ตาย” และยังมีโอกาสเติบโตได้ในธุรกิจนี้ เพราะช่องวัน เป็น “คอนเทนต์ โปรวายเดอร์”  ที่เป็นเจ้าของ “แพลตฟอร์ม ทีวี”  และเป็นผู้ผลิตคอนเทนต์เอง ปีนี้ใช้งบประมาณไม่ต่ำกว่า 500 ล้านบาท จึงเปรียบเหมือนกับ “ฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์” 

การเป็นเจ้าของแพลตฟอร์มทีวีและคอนเทนต์ จึงวางกลยุทธ์ให้ช่องวันเป็น “เดสติเนชั่น” (Destination)  หรือจุดหมาย ที่จะดูสด รวมทั้งดูย้อนหลัง ผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ที่ร่วมกับพันธมิตรและแพลตฟอร์มออนไลน์ช่องวัน

ปัจจุบันดิจิทัล แพลตฟอร์ม ของช่องวันเข้าถึง 40 ล้านคน  หรือ 75% ของผู้ใช้โมบาย อินเทอร์เน็ต Line TV เป็นแชนแนล อันดับ 1  มีผู้ติดตาม 2.3 ล้านคน ยอดวิว 4,000 ล้านวิวต่อปี   YouTube  ครองอันดับ 3  มีสมาชิก 16.8 ล้านคน  ยอดวิว 11,900 ล้านวิวต่อปี  มีผู้ชมผ่านเว็บไซต์และแอปพลิเคชั่น  6 ล้านคนเต่อดือน แม้แนวโน้มคนดูสดผ่านจอทีวีลดลง แต่ออนไลน์กลายเป็นตัวเลือกที่เพิ่มขึ้น

หลังจากช่องวัน ดันผังละครไพรม์ไทม์ ขยับขึ้นมาครองเรตติ้งอันดับ 3 ได้แล้วในขณะนี้  ผังรายการครึ่งปีหลังจะใช้คอนเทนต์ “วาไรตี้และการประกวดทาเลนต์”  แนวสนุกและตลก ผลักดันเรตติ้งวันเสาร์-อาทิตย์ ให้เป็นอีกช่วงเวลาที่ครองตำแหน่งผู้นำ และดึงผู้ชมอยู่กับช่องวัน เพื่อเปิดทีวีเป็นเพื่อน

ขายลิขสิทธิ์คอนเทนต์ 20 ประเทศ

วันนี้รายได้หลักช่องวัน มาจากโฆษณาทีวี 70%  เมื่อเรตติ้งรายการเพิ่มขึ้น ก็สามารถขยับราคาโฆษณาได้ต่อเนื่อง แต่วันนี้สมรภูมิการแข่งขันหน้าจอทีวี “ไม่ได้ลดลง” แม้จะมีทีวีดิจิทัลขอคืนใบอนุญาต 7 ช่องก็ตาม

“คนที่ไม่คืนช่อง คือ ยังสู้ต่อไป และทุกคนได้ประโยชน์เหมือนกัน คือต้นทุนค่าใช้จ่ายจากค่าใบอนุญาตและโครงข่าย MUX ลดลง  ช่องวันลดลงไปราว 200 ล้านต่อปี จากนี้จะเห็นทุกช่องที่เลือกอยู่ต่อ จะใส่คอนเทนต์เข้ามาเต็มที่”

ถกลเกียรติ มองว่าช่องวันยังมีโอกาสเติบโตได้ ทั้งรายได้จากทีวี ที่มีละครเป็นไฮไลต์หลัก และขยับราคาได้เมื่อเรตติ้งเพิ่มขึ้น อีกทั้งยังมีช่องทางหารายได้จาก การขยายแพลตฟอร์มออนไลน์ ทั้ง OTT ในประเทศไทย รวมทั้ง OTT จากต่างประเทศ อย่าง Netflix  รวมทั้งพันธมิตรจากประเทศจีน   อีกทั้งการขายลิขสิทธิ์คอนเทนต์ละครและวาไรตี้ ในตลาดต่างประเทศ ปัจจุบันขายไปแล้ว 20 ประเทศ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้, จีน และตะวันออกกลาง  รวมทั้งการขาย “ฟอร์แมท”  รายการ “รู้ไหมใครโสด”  ให้กับทีวีในเวียดนาม

ปี 2561 ช่องวันมีผลประกอบการ “ขาดทุน” 500 ล้านบาท แต่ปี 2561 พลิกมากำไร 28 ล้านบาท ปี 2562 วางเป้าหมายรายได้เพิ่มขึ้น 15%  กำไรเติบโต 100%  และจะทำกำไรต่อเนื่องในปี 2563  จากนั้นช่วงปลายปี 2563 จะนำบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์

ที่มา: Positioning Magazine

วันที่ June 11, 2019, 06:31

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *