ThaiStockNews

SET มีโอกาสได้เห็นต่ำกว่า 1600 จุด

SET มีโอกาสได้เห็นต่ำกว่า 1600 จุด

สวัสดีครับท่านผู้อ่านตลาดหุ้นเข้าสู่ช่วงยากลำบากอีกครั้ง หลังได้รับผลกระทบจากสงครามการค้าที่กลับมาปะทุอีกครั้งและดูเหมือนทรัมป์ต้องการกดดันเพิ่ม เพราะรู้ว่าจีนถ่วงเวลารอเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐในสมัยหน้า (ปีหน้า) ซึ่งหากทรัมป์ไม่ชนะการเลือกตั้ง จีนน่าจะมองว่าการเจรจาจะง่ายกว่า เท่ากับสงครามการค้าระหว่างสหรัฐและจีนดูเหมือนจะไม่จบลงง่ายๆ และสถานการณ์อาจบานปลายมากขึ้นและยืดเยื้อไปถึงปีหน้า สร้างความเสียหายต่อเศรษฐกิจโลกอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ทำให้คอลัมน์ในฉบับนี้ ผมจะมาประเมินแนวโน้ม SET รวมถึงกลยุทธ์การลงทุนอีกครั้งมาเริ่มที่ด้านแนวโน้ม SET ซึ่งผมมองเป็น 2 Scenario และใช้ทฤษฎี Elliott wave เพื่อคาดการณ์ถึงแนวโน้ม SET ข้างหน้า (ดูรูปที่ 1 ประกอบ) อย่างไรก็ตาม บทสรุปทั้ง 2 กรณี จะต้องลงเหมือนกันก่อนเพียงแต่ลงทำจุดต่ำใหม่หรือลงเพื่อกลับมาปรับตัวขึ้นได้ต่อ (จุดต่าง คือ คลื่น (B) จบหรือยังไม่จบ)โดยสีแดงเป็น worse case (คลื่น (B) จบแล้ว และจะลงทำคลื่น (C)) เท่ากับ SET จะมี new low (หลุด 1550) ซึ่งมีเป้าหมายที่ 1514 และ 1450 ตามลำดับ ส่วนสีน้ำเงิน จะเป็นอีกกรณี คือ ลงไปก่อนและค่อยกลับมาปรับตัวขึ้น (คลื่น (B) ยังไม่จบ แต่เป็นแค่ A ของ (B) เพื่อลงทำ B ของ (B) และรอขึ้นเป็น C ของ (B) ต่อไป โดยตอนนี้ที่ลงทำคลื่น B ของ (B) จะมีเป้าหมายที่ 1625 และ 1593 ตามลำดับ

มาถึงตรงนี้ คงมีคำถามตามมาใช่ไหมครับว่าจะเป็นแบบกรณีไหน (สีแดง หรือสีน้ำเงิน) คำตอบ คือ ผมมองเป็นแบบสีน้ำเงินมากกว่าด้วยเหตุผลด้าน Valuation โดยหากคิด PE ที่ระดับ -1 S.D. ซึ่งอยู่ที่ประมาณ 14.5x และอิง earning growth ของตลาดในปีหน้าเพียง 5% (ประมาณการแบบระมัดระวัง) จะได้แนวรับทางปัจจัยพื้นฐานที่ 1580 (ดูรูปที่ 2 ประกอบ) ซึ่งถึงระดับนี้ SET จะมี Valuation ที่น่าสนใจอีกครั้ง นอกจากนี้ การที่อัตราดอกเบี้ยอยู่ในระดับต่ำ ส่งให้ Yield พันธบัตรอยู่ในระดับต่ำเช่นเดียวกัน ทำให้ Earning Yield Gap (ดูรูปที่ 3 ประกอบ – เส้นสีแดง) ยังอยู่ในระดับที่น่าสนใจ (โดยผลตอบแทนของตลาดหุ้น ยังน่าสนใจกว่าตลาดพันธบัตร) ดังนั้น เมื่อตลาดหุ้นลงมาระดับหนึ่ง จน upside น่าสนใจ เงินจะไหลกลับเข้ามาอีกครั้ง

ส่วนแรงขายรอบนี้กลุ่ม Big Cap (พลังงาน ปิโตร และแบงก์) โดนเกือบหมดนะครับ ยกเว้นกลุ่ม ICTทั้งนี้ ผมวัดแนวรับไว้เบื้องต้น ดังต่อไปนี้ PTT มีแนวรับถัดไปที่ 40 บาท PTTEP มีแนวรับถัดไปที่ 124 และ 120 บาท ตามลำดับ PTTGC มีแนวรับถัดไปที่ 45-47 บาท IRPC มีแนวรับถัดไปที่ 3.80-4.00 บาท KBANK มีแนวรับถัดไปที่ 160 และ 140 บาท ตามลำดับ BBL มีแนวรับถัดไปที่ 158 และ 143 บาท ตามลำดับ และ KTB มีแนวรับถัดไปที่ 16.00-17.00 บาท โดยกลยุทธ์ที่ผมแนะนำสำหรับท่านที่มีกลุ่มนี้อยู่ได้แก่ 1) ถือต่อ แต่ไม่ซื้อเพิ่มนะครับ (เพราะยังลงได้ต่อ)2) Short Against Port ไปก่อนและ 3) ปรับพอร์ต โดยแบ่งขายออกมาบ้าง เพื่อไปเข้ากลุ่มอื่น ซึ่งผมแนะนำกลุ่ม REIT&IFF โดยชอบ JASIF และ TFFIF ที่มีปันผลสูง คาดเงินจะเข้ามาพัก และยังได้ประโยชน์จากอัตราดอกเบี้ยที่อยู่ในระดับต่ำ โดยเฉพาะ IFF จะได้ประโยชน์ จากการออกกองทุน SEF (กองทุนหุ้นยั่งยืน) ที่จะแทน LTF ในปีหน้า มีนโยบายกำหนดสัดส่วนการลงทุนถึง 65% ที่จะลงทุนใน IFF และกลุ่มหุ้น ESGสุดท้ายนี้ ผมขอเป็นกำลังใจให้กับท่านนักลงทุนทุกท่านผ่านช่วงเวลานี้ไปให้ได้ สู้สู้ครับ…และพบกันใหม่ในฉบับหน้า…ด้วยรักและหวังดี

The post SET มีโอกาสได้เห็นต่ำกว่า 1600 จุด appeared first on Thunhoon.

ที่มา: Thunhoon

วันที่ August 15, 2019, 18:45

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *