ThaiStockNews

“กลุ่มแบงก์” โบรกชี้เริ่มความชัดเจนการโตด้วยโมเดลใหม่ ชู KBANK-SCB เด่น

“กลุ่มแบงก์” โบรกชี้เริ่มความชัดเจนการโตด้วยโมเดลใหม่ ชู KBANK-SCB เด่น

สำนักข่าว “ทันหุ้น” รายงานว่า บล.เคจีไอ (ประเทศไทย) สแกน “กลุ่มแบงก์” แนวโน้มปี 2563 ธนาคารต่างๆ เตรียมตัวพร้อมแล้วสำหรับการใช้มาตรฐานบัญชี IFRS9/TFRS9 in 2563 ถึงแม้ว่ามาตรฐานบัญชี IFRS9 จะทำให้การบันทึกบัญชีหลายรายการเปลี่ยนแปลงไป แต่เรามองว่าธนาคารต่าง ๆ จะถูกกระทบไม่มาก เนื่องจาก i) รายได้ที่ลดลง กับรายได้ที่เพิ่มขึ้นจากการเปลี่ยนมาตรฐานบัญชี IFRS9 จะหักล้างกันไป และ ii) ธนาคารต่าง ๆ กันสำรองหนี้เสียก้อนโตเอาไว้ตั้งแต่ก่อนที่ IFRS9 จะมีผลบังคับใช้ ทำให้ธนาคารส่วนใหญ่รักษาสมดุลของ credit cost ได้แม้ในช่วงที่เศรษฐกิจอ่อนแอลงในปี 2563

ชอบ KBANK-SCB, ปรับลดคำแนะนำ BBL-KKP เป็นถือ ทั้งนี้ประเมินมูลค่าหุ้นกลุ่มธนาคารโดยใช้ Gordon Growth Model แทนที่จะใช้ P/BV และ P/E เฉลี่ยในอดีต โดยจะเทียบ P/BV กับ cost of equity (COE) โดยใช้ P/BV ที่ 1.1x สำหรับ KBANK และ SCB ซึ่งรวมพรีเมียมเข้าไปแล้ว 10% แต่อย่างไรก็ตามโมเดลชี้ว่า P/BV จะมีค่าลดลงใน BBL, TMB Bank (TMB.BK/TMB TB)* และ KTB เหลือแค่ 0.8x

ทั้งนี้คาดว่า Siam Commercial Bank (SCB.BK/SCB TB)* จะได้ประโยชน์มากที่สุดเพราะมีสัดส่วนสินเชื่อจดจำนองสูงสุดที่ 30% ของพอร์ตสินเชื่อ ในขณะที่ Kasikornbank (KBANK.BK/KBANK TB) น่าจะถูกกระทบหนักที่สุดเพราะมีรายได้ก้อนโตจากค่าธรรมเนียม up-front จากสินเชื่อ และมีสัดส่วนสินเชื่อจดจำนองต่ำ

เมื่อเปรียบเทียบธนาคารไทยกับธนาคารในภูมิภาคก่อนและหลังการใช้มาตรฐาน IFRS9 และพิจารณาจากหลาย ๆ ด้าน ทั้งสัดส่วน LLR/สินเชื่อ, เงินกองทุนขั้นที่ 1, NPLs, ROE, และมูลค่าหุ้นก่อนและหลังการใช้มาตรฐาน IFRS9 ก็พบว่าธนาคารไทยยังเปรียบเทียบกับธนาคารภูมิภาคได้ โดยมีการเตรียมพร้อมอย่างดี และมีสถานะแข็งแกร่ง

ผลกระทบจากค่าใช้จ่ายในการกันสำรองน่าจะเกิดขึ้นตั้งแต่ปี 62 แล้ว เมื่อเปรียบเทียบกับธนาคารในสิงคโปร์ มาเลเซีย และในยุโรปที่นำมาตรฐาน IFRS9 มาใช้ในปี 2561 เราพบว่า i) มีการบันทึก LLP ก้อนโตในปีก่อนที่ IFRS9 จะมีผลบังคับใช้ และหลังจากนั้นหนึ่งปีก็จะลดลง ii) ธนาคารไทยมีสัดส่วน LLR/สินเชื่อสูงกว่าธนาคารในภูมิภาคถึง 3x ซึ่งจะทำให้ธนาคารต่าง ๆ สามารถรักษาสมดุลของ credit cost เอาไว้ได้

Model ใหม่การทำธุรกรรม-ต้นทุนที่ลดลง จะเป็นปัจจัยสำคัญที่ขับเคลื่อนการเติบโตในปี 2563 การทำธุรกรรมการธนาคารผ่านมือถือเพิ่มขึ้นเป็น 65% ของธุรกรรมทั้งหมดของ KBANK และ 64% ของ SCB ในขณะที่การทำธุรกรรมผ่าน ATM ลดลงเหลือ 41% และการทำธุรกรรมที่สาขาธนาคารลดลงเหลือแค่ 4% เท่านั้น ส่งผลให้ธนาคารต่าง ๆ ลดสาขา, เครื่อง ATM, และลดพนักงานเร็วขึ้นเพื่อประหยัดต้นทุนในปีหน้า นอกจากนี้ การที่ KBANK จับมือเป็นพันธมิตรกับ LINE Financial ก็จะทำให้สามารถก้าวหน้าไปอีกหนึ่งขั้นในการสร้างการเติบโตผ่าน model ใหม่ และลดความเสี่ยงที่ธุรกิจจะเผชิญกับ disruption

ปรับลดประมาณการกำไรปี 2563/64 ลง 8%/7% ฝ่ายวิจัยปรับลดประมาณการกำไรลง ซึ่งสาเหตุสำคัญมาจากการปรับลดประมาณการรายได้ลงเนื่องจากมีการปรับลดอัตราดอกเบี้ยมากกว่าเรื่องของการนำมาตรฐานบัญชีมาใช้ IFRS9 ซึ่งเมื่อพิจารณาทุกประเด็นแล้ว คาดว่ากำไรของกลุ่มธนาคารจะลดลงประมาณ -8% โดย Bangkok Bank (BBL.BK/BBL TB)* จะลดลง -12%, KBANK -11%, Krung Thai Bank (KTB.BK/KTB TB)* -5%, SCB +1.3% นอจากนี้ เรายังปรับลดสมมติฐานอัตราการเติบโตของสินเชื่อของธนาคารใหญ่ลงจากเดิมที่ 8% เหลือ 4% และของธนาคารเล็กเหลือใกล้ 0 ในขณะที่ยังคงสมมติฐาน credit cost เอาไว้ใกล้เคียงของเดิม

 

รายงาน : ธิดารัตน์ เห็นพร้อม
อย่าลืมกดถูกใจ(Like)https://Facebook : ทันหุ้น
กดติดตาม (subscribe)Youtube : thunhoon V.I.P
www.thunhoon.com

The post “กลุ่มแบงก์” โบรกชี้เริ่มความชัดเจนการโตด้วยโมเดลใหม่ ชู KBANK-SCB เด่น appeared first on Thunhoon.

ที่มา: Thunhoon

วันที่ December 3, 2019, 10:44

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *